ก่อนสร้างบ้าน เรามักใช้เวลาเลือกแบบ วัสดุ และจัดวางห้องต่าง ๆ จนคิดว่าครบแล้ว แต่พอย้ายเข้าอยู่จริง กลับมีรายละเอียดที่อยากแก้ เช่น ปลั๊กอยู่หลังตู้จนเสียบไม่ได้ ของใช้ไม่มีที่เก็บ หรือห้องนั่งเล่นโดนแดดบ่ายจนไม่อยากนั่ง ทั้งที่บ้านก็สร้างออกมาตรงตามแบบที่ตกลงกันไว้
บทความนี้ The Master Home รวบรวม 7 เรื่องที่เจ้าของบ้านมักอยากย้อนกลับไปวางแผนใหม่ พร้อมชวนดูว่าควรเตรียมอะไรตั้งแต่ตอนออกแบบ สำหรับผู้ที่กำลังจะสร้างบ้านในเชียงใหม่ พิษณุโลก และจังหวัดอื่น ๆ ในภาคเหนือ เพราะนอกจากความต้องการของคนในบ้านแล้ว สภาพที่ดินและบริเวณรอบบ้านก็มีผลต่อความสะดวกสบายเมื่อเข้าอยู่เช่นกัน
1. ปลั๊กไฟไม่พอ หรืออยู่ผิดที่
หลายบ้านพบว่า พอยกเตียง ตู้ และโซฟาเข้าวางในบ้านแล้ว ปลั๊กบางจุดถูกเฟอร์นิเจอร์บัง ส่วนข้างหัวเตียงหรือมุมที่นั่งชาร์จโทรศัพท์เป็นประจำกลับไม่มีปลั๊กให้ใช้ ต้องต่อปลั๊กพ่วงจนมีสายไฟเกะกะ หรือเรียกช่างมาติดปลั๊กเพิ่ม ก่อนสรุปแบบไฟฟ้าจึงควรกำหนดตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ไปพร้อมกัน โดยดูทั้งขนาด ตำแหน่งวาง และความสะดวกในการเสียบหรือถอดปลั๊ก
นอกจากตู้เย็น โทรทัศน์ และเครื่องซักผ้า อย่าลืมอุปกรณ์ที่ใช้ประจำ เช่น เครื่องชงกาแฟ หม้อทอดไร้น้ำมัน เครื่องดูดฝุ่น และอุปกรณ์บนโต๊ะทำงาน หากมีแผนติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ก็ควรแจ้งทีมออกแบบไว้ตั้งแต่ต้น เพื่อเตรียมระบบให้เหมาะสม
2. มีห้องครบ แต่ไม่มีที่เก็บของ
บ้านที่ยังไม่ได้ย้ายของเข้ามามักดูโล่ง จนเผลอคิดว่ามีพื้นที่เหลือมากพอ แต่เมื่อเริ่มเก็บกระเป๋าเดินทาง ผ้านวม เครื่องมือ และอุปกรณ์ทำความสะอาด กลับไม่รู้จะวางไว้ตรงไหน สุดท้ายต้องซื้อตู้เพิ่มจนกินพื้นที่ห้อง ก่อนออกแบบจึงควรสำรวจของที่มีอยู่และเผื่อของที่จะเพิ่มขึ้นด้วย โดยแยกให้ชัดว่าอะไรใช้ทุกวัน อะไรนาน ๆ ใช้ครั้ง แล้วจัดที่เก็บให้เหมาะ เช่น ตู้รองเท้าใกล้ประตูบ้าน ตู้เก็บของแห้งในครัว หรือช่องเก็บเครื่องดูดฝุ่นใกล้บริเวณที่หยิบใช้ ไม่จำเป็นต้องมีห้องเก็บของใหญ่เสมอไป แค่มีที่เก็บพอดีกับของและหยิบสะดวกก็ช่วยให้บ้านเป็นระเบียบได้มาก
3. ครัวสวย แต่ทำอาหารไม่สะดวก
ห้องครัวที่ชอบจากภาพตัวอย่างอาจไม่เหมาะกับวิธีทำอาหารของครอบครัว โดยเฉพาะบ้านที่ผัด ทอด หรือทำอาหารหลายอย่างพร้อมกัน ปัญหาที่ตามมาอาจเป็นกลิ่นเข้าห้องนั่งเล่น เคาน์เตอร์เตรียมอาหารไม่พอ หรือเปิดตู้เย็นแล้วขวางทางเดิน จึงควรบอกผู้ออกแบบให้ชัดว่าทำอาหารบ่อยแค่ไหน ใช้อุปกรณ์อะไร และมีคนเข้าครัวพร้อมกันกี่คน
หากต้องการแยกครัวหนักไว้ด้านนอก ควรคิดถึงทางเดินขนอาหารและหลังคากันฝนด้วย รวมถึงจัดพื้นที่ซักล้างที่อยู่ใกล้กันให้เป็นสัดส่วน มีที่วางตะกร้าผ้าและตากผ้าในวันที่ฝนตก จะได้ไม่ต้องย้ายราวตากผ้ามาไว้กลางบ้านเมื่อใช้งานจริง

4. ห้องน้ำเปียกไปหมด และไม่มีที่วางของ
อาบน้ำเสร็จแล้วน้ำกระเด็นถึงโถสุขภัณฑ์ ต้องเช็ดพื้นทุกครั้ง หรือไม่มีที่แขวนผ้าในระยะเอื้อมถึง เป็นความไม่สะดวกเล็ก ๆ ที่ต้องเจอทุกวัน การดูแบบห้องน้ำจึงควรพิจารณาทั้งพื้นที่อาบน้ำ แนวกั้นน้ำ ตำแหน่งวางสบู่ แขวนผ้า และระยะเปิดประตู ไม่ใช่ดูเพียงว่าจัดสุขภัณฑ์ลงได้ครบหรือไม่ ส่วนความลาดเอียงของพื้นและการระบายน้ำต้องตรวจให้เรียบร้อยระหว่างก่อสร้าง เพราะหากต้องแก้หลังปูกระเบื้องแล้ว งานจะยุ่งยากขึ้น
สำหรับบ้านที่มีผู้สูงอายุ ควรคุยเรื่องพื้นที่เดิน พื้นผิวที่ไม่ลื่น และตำแหน่งราวจับตั้งแต่ตอนออกแบบ แม้ยังไม่ติดตั้งราวจับทันที ก็สามารถเตรียมผนังให้รองรับไว้ก่อนได้
5. ห้องที่อยากนั่งพัก กลับร้อนช่วงบ่าย
หน้าต่างบานใหญ่เปิดรับวิวได้ดี แต่หากรับแดดตรงกับเวลาที่ใช้ห้อง ก็อาจต้องปิดม่านแทบตลอดจนไม่ได้ชมวิวอย่างที่ตั้งใจ ก่อนเลือกตำแหน่งหน้าต่างจึงควรดูว่าห้องนั้นใช้เวลาไหน แดดเข้าจากด้านใด และมีอาคารหรือต้นไม้ช่วยบังอยู่หรือไม่ แล้วจึงพิจารณาชายคา แผงบังแดด และกระจกให้เหมาะสมร่วมกัน
สำหรับบ้านในเชียงใหม่ ลำพูน หรือเชียงราย แปลงที่เปิดโล่งมองเห็นวิวกับแปลงในชุมชนที่มีบ้านอยู่ติดกันย่อมจัดช่องเปิดต่างกัน แม้อยู่จังหวัดเดียวกันก็ใช้แบบเดียวกันโดยไม่ปรับตามพื้นที่ไม่ได้เสมอไป นอกจากนี้ หากบางช่วงต้องปิดหน้าต่างเพราะฝุ่นหรือเสียงรบกวน ควรวางแผนการระบายอากาศและตำแหน่งเครื่องปรับอากาศไว้ด้วย ไม่พึ่งการเปิดหน้าต่างเพียงอย่างเดียว
6. จอดรถได้ แต่ขึ้นลงรถลำบาก
โรงจอดรถที่ระบุว่าจอดได้สองคัน อาจพอดีกับตัวรถแต่เหลือพื้นที่เปิดประตูน้อย หรือมีเสาขวางจนขนของเข้าบ้านไม่สะดวก ควรใช้ขนาดรถจริงมาตรวจระยะในแบบ ทั้งตอนเปิดประตู เปิดท้ายรถ และเลี้ยวผ่านประตูรั้ว โดยเฉพาะที่ดินในซอยแคบ ซึ่งต้องดูพื้นที่เลี้ยวจากถนนเข้ามาด้วย อย่าลืมเผื่อทางเดินเข้าสู่บ้านให้มีหลังคาคลุมและไม่ต้องเบียดผ่านรถ เพราะวันฝนตกหรือวันที่ถือของเต็มมือ ความต่างเพียงเล็กน้อยของพื้นที่ก็มีผลต่อการใช้งานมาก
7. อยากเปลี่ยนการใช้ห้อง แต่ปรับได้ยาก
ห้องที่วันนี้ใช้ทำงานอาจต้องเปลี่ยนเป็นห้องนอนเมื่อมีสมาชิกเพิ่ม หรือเมื่อผู้สูงอายุเดินขึ้นชั้นบนไม่สะดวก หากวางแผนอยู่อาศัยระยะยาว ควรพิจารณาว่ามีห้องชั้นล่างที่ปรับใช้ได้หรือไม่ อยู่ใกล้ห้องน้ำแค่ไหน และมีความเป็นส่วนตัวเพียงพอหรือเปล่า ไม่จำเป็นต้องสร้างห้องเผื่อทุกอย่าง แต่ควรให้บางพื้นที่เปลี่ยนการใช้งานได้โดยไม่ต้องรื้อครั้งใหญ่
ส่วนแผนต่อเติมครัวหรือเพิ่มห้องในอนาคต ควรแจ้งทีมออกแบบไว้ก่อน เพื่อพิจารณาตำแหน่งและงานระบบร่วมกัน ไม่ให้ส่วนที่เพิ่มมาบังหน้าต่างเดิมหรือขวางทางระบายน้ำ ทั้งนี้ การต่อเติมต้องให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจความเหมาะสมของโครงสร้างก่อนดำเนินงาน
ก่อนสรุปแบบ ลองไล่กิจวัตรของคนในบ้าน
วิธีตรวจแบบที่ช่วยให้เห็นรายละเอียดได้มากขึ้น คือเริ่มจากกิจวัตรของแต่ละคน ตั้งแต่ตื่นนอน อาบน้ำ ทำอาหาร ออกไปทำงาน จนกลับเข้าบ้าน แล้วลองดูว่าจะเดินผ่านตรงไหน หยิบใช้อะไร และเก็บของไว้ที่ใด พร้อมชวนสมาชิกในบ้านตรวจด้วยกัน เพราะแต่ละคนอาจพบความไม่สะดวกคนละจุด โดยเน้นคำถามสำคัญเหล่านี้
- วางเฟอร์นิเจอร์แล้ว ยังเดิน เปิดตู้ และเปิดประตูได้สะดวกหรือไม่
- ปลั๊กและจุดน้ำตรงกับตำแหน่งเครื่องใช้ที่ตั้งใจจะซื้อหรือยัง
- ของชิ้นใหญ่และของที่ใช้ประจำมีที่เก็บครบหรือไม่
- วันฝนตกยังขนของเข้าบ้าน ทำครัว และตากผ้าได้สะดวกแค่ไหน
- หากสมาชิกหรือการใช้งานเปลี่ยนไป ห้องใดสามารถปรับใช้ได้บ้าง
บ้านที่อยู่สบายเริ่มจากรายละเอียดธรรมดาที่เราใช้ทุกวัน จึงควรบอกทีมออกแบบทั้งสิ่งที่อยากได้และปัญหาที่เคยเจอจากบ้านเดิม เช่น ไม่ชอบครัวอับ เบื่อสายไฟเกะกะ หรืออยากมีที่เก็บของมากขึ้น ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ปรับแบบได้ตรงกับชีวิตจริง และตัดสินใจได้ว่าควรให้งบประมาณกับส่วนใดก่อน
The Master Home ให้บริการออกแบบบ้านและรับเหมาก่อสร้างภาคเหนือ ครอบคลุมเชียงใหม่ พิษณุโลก และจังหวัดอื่น ๆ ในพื้นที่บริการ สำหรับผู้ที่กำลังเตรียมสร้างบ้าน การนำความต้องการของครอบครัวมาคุยพร้อมข้อมูลที่ดินตั้งแต่ต้น จะช่วยให้วางแผนได้รอบด้านขึ้น ทั้งพื้นที่ภายใน แดดฝน และทางเข้าออก เพื่อลดเรื่องที่ต้องกลับมาแก้เมื่อย้ายเข้าอยู่แล้ว


